แนะนำหนังสือ จากมนุษย์พันธุ์ติดลบ กลับมาสร้าง 15 ล้านบาท ภายใน 3 ขั้นตอน

จากมนุษย์พันธุ์ติดลบ กลับมาสร้าง 15 ล้านบาท ภายใน 3 ขั้นตอน

ผมได้อ่านหนังสือเล่มนี้ของพันเอก ดร.อรรถสิทธิ์ หัสถีธรรม ทำให้เกิดแรงบันดาลใจ
ได้เรียนรู้ถึงกระบวนการของภาวะผู้นำที่ประกอบด้วย Leader,Influence,Follower, Environment โดยที่ผู้นำจะเป็นผู้ที่มีอิทธิพลและใช้อิทธิพลในการโน้มน้าวผู้อื่นให้เห็นคล้อยตาม การใช้อิทธิพลนั้นจะใช้โดยตรงกับผู้ตามโดยการนำเสนอวิสัยทัศน์ได้รับการยอมรับเละนำไปปฏิบัติผู้นำยังใช้อิทธิพลและอำนาจในการคาดการณ์สภาพแวดล้อมเพื่อที่จะเปลี่ยนแปลงสภาพเวดล้อมหรือนำการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมเพื่อให้ตนเองมีความได้เปรียบกล่าวได้ว่าผู้นำจะสร้างสรรค์เวทีใหม่ๆ ด้วยกติกาใหม่โดยที่ตนเองเป็นผู้กำหนดกฏเกณฑ์ต่างๆขึ้น และแน่นอนว่าจะต้องเป็นกฏเกณฑ์ที่ทำให้ตนเองได้เปรียบและมีความถนัดชำนาญเหนือกว่าคู่แข่ง

“เริ่มต้นจากความเชื่อ แล้วโอกาสจะตามมา” แนวทางในการเปลี่ยนโอกาสให้เป็นจริง จากบ๋อยเสิร์ฟอาหาร สู่พันเอก ด็อกเตอร์ จากศึกษาผู้ใหญ่ สู่ปริญญาเอก จากกองทัพบก สู่โลกธุรกิจ หนังสือเล่มนี้ท่านผู้เขียน พันเอก ดร.อรรถสิทธิ์ หัสถีธรรม ได้ถ่ายทอดความเป็นมนุษย์พันธุ์ติดลบ แต่กลับพลิกชีวิตและสร้าง 15 ล้านบาทได้ ใน 3 ขั้นตอน ด้วยแนวคิดจาก Life Model ได้ยอดเยี่ยม

ขอบคุณความตั้งใจของพันเอก ดร.อรรถสิทธิ์ หัสถีธรรม สำหรับความรู้ดี ๆ ที่บันทึกไว้ในหนังสือเล่มนี้
ขอบคุณความเป็นคนเก่ง ดี และมีหัวใจแบ่งปันที่มาช่วยยกระดับความรู้ ความสามารถของคนไทยให้ก้าวไกลไปด้วยกัน

ผมอยากให้ทุกคนได้รู้จักคนเก่งคนนี้ผ่านหนังสือดี ๆ เล่มนี้ครับ
ขอให้ทุกคนประสบความสำเร็จเช่นเดียวกับพันเอก ดร.อรรถสิทธิ์ หัสถีธรรม

ธีรัตน์ โสดารัตน์
ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
eCommerce Business school of Thailand.

แนะนำหลักสูตรทักษะสร้างรายได้ ในยุค New Normal

5NewNormal

5NewNormal

เรียนรู้ จาก 5 ผู้รู้จริง ทำจริง ที่จะช่วยให้ความรู้ในเรื่องทักษะ
การสร้าง และเพิ่มพูนรายได้ในยุค #NewNormal

📌 ทักษะสร้างรายได้ ในยุค New Normal
เรียนรู้ จาก 5 ผู้รู้จริง ทำจริง ที่จะช่วยให้ความรู้ในเรื่องทักษะการสร้าง และเพิ่มพูนรายได้ในยุค “New Normal”

❓การอุบัติขึ้นของการแพร่ระบาด โควิด 19 ทำให้ชีวิตของเราเกิดความไม่แน่นอน ทั้งในเรื่องรายได้ หน้าที่การงาน และ การทำธุรกิจ นำไปสู่ การไม่มีรายได้ ตกงาน และ ธุรกิจที่ต้องปิดตัวลง

❓แต่ท่านเชื่อหรือไม่ว่า ?

มีกลุ่มคนกลุ่มหนึ่ง ซึ่งมีจำนวนไม่น้อยเลย ที่ไม่ต้องกังวลกับเรื่องการลดลงของรายได้ การตกงาน หรือ การปิดตัวลงของธุรกิจ

❓มันเกิดอะไรขึ้นกับคนกลุ่มนี้

❓ในทางตรงกันข้าม พวกเขาเหล่านี้ กับมีพฤติกรรมสวนกระแส นั่นคือ รายได้มีแต่เพิ่ม ไม่มีลด
.
✅จากการเฝ้าสังเกตวิธีการดำรงชีวิตของกลุ่มคนเหล่านี้

😮 พบว่า กลุ่มคนเหล่านี้ สามารถก้าวข้ามความไม่แน่นอนของวิกฤตโควิด 19 และ สถานการณ์ Digital Disruption ได้ด้วย 5 ทักษะ สร้างรายได้ ในยุค New Normal ดังต่อไปนี้

❤️ ทักษะที่ หนึ่ง รู้จักสร้าง Mindset ในการมองหาโอกาสในการสร้างรายได้

📌 Mindset หรือความคิดที่ส่งผลต่อพฤติกรรม เป็นที่ทราบกันดีว่าการจะปรับเปลี่ยนชีวิตให้ดีขึ้นอย่างถาวรในทุก ๆ มิตินั้น ต้องเริ่มจากการปรับเปลี่ยน Mindset ก่อนเป็นอันดับแรก หลักสูตรนี้สร้างขึ้นเพื่อให้ผู้เรียนได้เรียนรู้และเข้าใจว่า Mindset ของคนเราสามารถปรับเปลี่ยนและพัฒนาขึ้นได้ รวมถึงตระหนักถึงความสำคัญของการปรับเปลี่ยน Mindset และเรียนรู้วิธีการเปลี่ยน Mindset ได้ด้วยตนเอง

🧡 วิทยากร คุณญาณวี คุปตะเวทิน
.
📌 ผู้ที่จะมาถ่ายทอดในเรื่องการสร้าง Mindset คือ คุณญาณวี คุปตะเวทิน ดารา นักแสดง พิธีกร และผู้ประกอบการ เจ้าของ Page นายพิธี พิธีกร 3 ภาษา (@McOilly) ซึ่งมีประสบการณ์ในการฝ่าวิกฤตชีวิต วิกฤตธุรกิจมาอย่างมากมาย จะมาถ่ายทอดวิธีการสร้าง Mindset ที่จะเรียนรู้ที่จะสู้กับอุปสรรค และรู้จักมองทุกอย่างให้เป็นบวก เพื่อสร้างโอกาสให้ชีวิต เป็นทักษะพัฒนาบุคลิกภาพภายในที่คนสำเร็จส่วนใหญ่ ใช้มากที่สุดให้กับทุกท่าน

💙 สิ่งที่ผู้เรียนจะได้รับ

📌 1. เจาะลึกถึงแก่นของ Mindset
– ที่มาของ Mindset
– อิทธิพลของ Mindset ที่มีผลต่อชีวิตในทุก ๆ มิติ

📌 2. เปิดโลก Mindset ของคนสำเร็จ
– Mindset ที่ดีควรเป็นแบบ Growth Mindset / ทำความรู้จักกับ Fixed
– Mindset , Growth Mindset
– ยกกรณีศึกษา Mindset ของคนที่ประสบความสำเร็จ

📌 3. เปลี่ยน Mindset
– ค้นพบแรงบันดาลใจในการปรับปรุงตัวเอง
– ตั้งเป้าหมายและลงมือทำทันที
– เครื่องมือในการปรับเปลี่ยน Mindset จากง่ายสุดไปถึงระดับซับซ้อน

❤️ทักษะที่ สอง รู้จักสร้าง ตัวตนบนโลกออนไลน์

📌 การทำธุรกิจในโลกออนไลน์ ในยุค New Normal จะต้องเข้าใจภาพรวมของธุรกิจ ทั้งวิธีการสร้างตัวตนในออนไลน์ ให้กลายเป็นแบรนด์บุคคล หรือแบรนด์ธุรกิจ ที่มีคุณค่า แล้วสร้างมูลค่าเพิ่มได้ไม่สิ้นสุด ในศาสตร์การสร้างตัวตนในออนไลน์ หรือ Online Personal Branding เป็นสิ่งที่ประเมินมูลค่าไม่ได้

🧡วิทยากร ครูเชอรี่ Digital Confidence

📌 ผู้ที่จะมาถ่ายทอดในเรื่องการสร้าง ตัวตนออนไลน์ คือ ครูเชอรี่ Digital Confidence (@krucherry24) ถ่ายทอดความรู้ในหลักสูตร “การสร้างตัวตนในออนไลน์” ให้คุณมีความมั่นใจในการเปิดเผยตัวตนและสร้าง แบรนด์ได้อย่างมีคุณค่า

💙 สิ่งที่ผู้เรียนจะได้รับ

📌 1. ค้นหาตัวตน
📌 2. ค้นหา Niche
📌 3. ค้นหา Market
📌 4. การวางตำแหน่งให้ชัดเจน
📌 5. มารู้จักแหล่งที่มาและอุปกรณ์ในการทำสื่อ
📌 6. สร้างฐานแฟนด้วยแบรนด์ของเรา
📌 7. ไลฟ์หน้ากล้องแบบไม่ต้องท่องจำ

💕 Bonus: ได้รับ E-book วิธีขยายฐานลูกค้าออนไลน์แบบออแกนิค

แนวโน้มของการโน้มน้าวใจที่หลายๆคนใช้กันอยู่ในชีวิตประจำวัน
ใช้กันอยู่ทุกวัน แต่ในบางครั้งลืมหรือนึกไม่ถึง
มาฟังวิธีโน้นน้าวใจเหนือกว่าคนอื่น ไม่ธรรมดา เรามาอยู่บนจุดสูงสุด
📌ชมคลิปตัวอย่างของครูเชอรี่เรื่องวิธีโน้มน้าวใจเหนือกว่าคนอื่น คลิกลิงค์ด้านล่าง

https://www.youtube.com/watch?v=YDs0VZUfF2s&feature=youtu.be

❤️ทักษะที่ สาม รู้จักการเล่าเรื่อง หรือ Story Telling

📌 การตลาดออนไลน์ในยุคปัจจุบัน ใช้ Content Marketing ในการทำธุรกิจ ซึ่งกลยุทธ์การตลาดออนไลน์แบบ Story telling หรือทักษะการเล่าเรื่อง เพื่อขายสินค้าหรือบริการ ที่จะสร้างตัวตนให้มีเอกลักษณ์ ให้คนรู้จักและจดจำแบรนด์สินค้าหรือบริการ ว่า มีความโดดเด่นอย่างไร คือวิธีดึงดูดความสนใจให้ลูกค้าเข้าสู่การตัดสินใจซื้อ

📌 ทักษะการเล่าเรื่อง เป็นกลยุทธ์การตลาดออนไลน์ ที่เน้นการเล่าเรื่องเพื่อสร้างคุณค่า ให้กับสินค้า บริการ หรือความเชี่ยวชาญที่ช่วยให้ลูกค้าไม่รู้สึกอึดอัดกับการขายในรูปแบบเดิม ๆ ที่เน้นเพียงการบอกเล่าคุณประโยชน์ของสินค้าโดยตรง

📌 โดยเนื้อหาในหลักสูตรนี้ จะถ่ายทอด “หัวใจสำคัญของทักษะการเล่าเรื่อง”

🧡วิทยากร อาจารย์เปี๊ยก อภินันท์

📌 ผู้ที่จะมาถ่ายทอดในเรื่อง Story Telling คือ อาจารย์เปี๊ยก อภินันท์ นักเขียน/ นักเล่าเรื่อง การันตีด้วยรางวัลงานเขียน ระดับประเทศ และเป็น Content Creator วิทยากรผู้สอนคอร์ส “ปั้นนักเขียนออนไลน์” ที่ปั้นคนธรรมดา ให้กลายเป็นนักเขียน/นักเล่าเรื่องให้มีรายได้จากการเล่าเรื่องแบบ Story Telling ใน แพลตฟอร์มออนไลน์ ในช่วงสถานการณ์โควิดที่หลายชีวิตปรับตัวเข้าหาอาชีพออนไลน์

💙 สิ่งที่ผู้เรียนจะได้รับ

📌 1. content marketing คืออะไร ?
📌 2.content marketing ในออนไลน์ มีกี่รูปแบบ ?
📌 3. story telling เกี่ยวข้องอะไรกับ content marketing
📌 4. หลักคิดสำคัญในการทำ story telling
📌 5. รู้ 3 เคล็ดลับที่ช่วยให้คุณเป็นนักการตลาด story tellin
📌 6. หัวใจสำคัญในทักษะการเล่าเรื่อง
📌 7. ฝึกเป็นนักเล่าเรื่องแบบ story telling ใน 5 วิธีเล่าเรื่อง
📌 8. ต่อยอด story telling สร้างรายได้อย่างไรในช่องทางออนไลน์
📌 9. สร้างสไตล์ story telling ในแบบฉบับของตัวคุณ

❤️ทักษะที่ สี่ รู้จัก การทำ Ecommerce ผ่าน Online Platform

📌ปัจจุบันการทำธุรกิจผ่าน Platform Online กำลังเป็นที่นิยมทั้งในส่วนของผู้ซื้อและผู้ขายที่มีอัตราการขยายตัวสูงขึ้นทุกปี Platform Online จึงมีความสำคัญเป็นอย่างมากในการนำพาธุรกิจให้ประสบความสำเร็จสร้างรายได้และผลกำไร ไม่ว่าจะเป็นการขายสินค้าผ่านสื่อโซเชียลมีเดีย (Social Media) การจัดโปรโมชั่นเพื่อกระตุ้นยอดขายเพื่อให้ผลลัพท์ทางการตลาดได้อย่างดีเยี่ยม

🧡 วิทยากร ดร.ธีรัตน์ โสดารัตน์

ผู้ที่จะมาถ่ายทอดในเรื่องการทำ E-Commerce ดร.ธีรัตน์ โสดารัตน์ หรือที่รู้จักกันดี ในชื่อ อาจารย์อ้วน สุดยอดแฟนพันธุ์แท้เว็บไซต์ และผู้เชี่ยวชาญด้าน Ecommerce ซี่งเป็นที่ปรึกษา และอนุกรรมการด้าน Ecommerce ระดับชาติ เป็นพันธมิตรกับ Google และ Alibaba จะมาชี้ช่องให้คุณรู้จักใช้ Ecommerce เพื่อสร้างโอกาสทางการตลาด ระดับสากลในรูปแบบที่คุณสามารถขอคำปรึกษาและลงมือทำได้ด้วยตัวเอง

💙 สิ่งที่ผู้เรียนจะได้รับ

📌 1. เจาะลึกโมเดลธุรกิจ ในยุคดิจิทัล 4.0 (Digital Business 4.0)
📌 2. เจาะลึกระบบการตลาดออนไลน์แบบดึงดูด (Magnetic Marketing) เพื่อสร้างยอดขายให้ลูกค้าวิ่งหาแบรนด์
📌 3. ชี้เป้าแนวทางการทำตลาดด้วยเครื่องมือต่างๆผ่านมือถือ
– FACEBOOK Live
– GOOGLE ADS.
– WEBSITE & SEO
– Youtube VDO
📌 4. เจาะแนวโน้มและความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย ตลาดในประเทศและทั่วโลก
📌 5. หลักในการเลือกสินค้าให้ตรงตามเทรนด์หรือกระแส ในยุคธุรกิจออนไลน์ 4.0
📌 6. เครื่องมือ Digital Marketing ระดับสากลที่ใช้ทำธุรกิจในยุคธุรกิจออนไลน์ 4.0
📌 7. Business Online Platform เพื่อทำการตลาดได้ทั่วโลก (Global Business)
📌 8. ชี้เป้าแนวคิด (Mindset) และวิธีการ (How to) ต่อยอดธุรกิจสู่ช่องทางออนไลน์

❤️ทักษะที่ ห้า รู้จัก การสร้าง Business Model เพื่อสร้างความยั่งยืนกับการหารายได้ของตนเอง

📌 ในการพานาวาธุรกิจให้ก้าวผ่านการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วของโลกยุคดิจิทัล และ ความไม่แน่นอนของโลกในยุค New Normal ธุรกิจหนึ่งๆ จำเป็นต้องมีความอ่อนตัว สามารถปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องกับกับการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว และความไม่แน่นอนของโลกธุรกิจ ด้วยการมี Business Model ที่มีประสิทธิภาพ

🧡 วิทยากร พันเอก ดร.อรรถสิทธิ์ หัสถีธรรม

📌 พันเอก ดร.อรรถสิทธิ์ หัสถีธรรม หรือ Strategic Man เจ้าของหนังสือ Best Seller “จากมนุษย์พันธุ์ติดลบ กลับมาสร้าง 15 ล้านใน 3 ขั้นตอน จะมาถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับ Business Model ควบคู่ไปกับวิธีคิด Life Model ที่จะช่วยให้ท่านสามารถขับเคลื่อนธุรกิจของให้ฝ่าคลื่นลมแห่งโลกยุค New Normal ได้อย่างมืออาชีพ

💙 สิ่งที่ผู้เรียนจะได้รับ

📌 1. ธุรกิจคือสิ่งที่มีชีวิต (วงจรชีวิตธุรกิจ)
📌 2. อัตราการอยู่รอดของธุรกิจ
📌 3. สาเหตุที่ทำให้ธุรกิจส่วนใหญ่ล้มเหลว
📌 4. ต้องรู้จักคุณค่า ที่จะส่งมอบให้กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย
📌 5. สร้างความมีชีวิตอย่างยั่งยืนให้กับธุรกิจด้วยการออกแบบ Business Model

✅ เนื้อหาทั้งหมดนี้ ใช้เวลา 5 วันๆ ละ 2 ชั่วโมง รวมเวลา 10 ชั่วโมง

✅ เรียนสดผ่านกลุ่มปิด Facebook ใน วันที่ 26 – 30 ต.ค. 2563 เวลา 19.00 – 21.00 น.

✅ เรียนซ้ำได้ตลอดชีพ

💕 ทั้งหมดนี้ ในราคาเพียง 1,900 บาท จากราคาเต็ม 6,900 บาท หากลงทะเบียนภายในไม่เกินวันที่ 15 ตุลาคม นี้

💕 นอกจากได้ราคาพิเศษแล้ว !รับโบนัสสุดพิเศษ 2 โบนัส มูลค่ากว่า 3,000 บาท

💕 Bonus ที่ 1: Podcast จากหนังสือ Best Seller
“จากมนุษย์พันธุ์ติดลบ กลับมาสร้าง 15 ล้านบาท ภายใน 3 ขั้นตอน”

💕 Bonus ที่ 2: Online Class จากหนังสือ Best Seller
“จากมนุษย์พันธุ์ติดลบ กลับมาสร้าง 15 ล้านบาท ภายใน 3 ขั้นตอน”
สนใจสมัครเข้าเรียน รีบดำเนินการทันที โดยคลิกลงทะเบียนที่ลิงค์ด้านล่างเลยครับ

https://richhap.com/specialSales/fiveskill

✅ ใน New Normal ท่านรู้ดีว่า

📌 การพัฒนาทักษะใหม่ ซึ่งจำเป็นต้องใช้ในโลกดิจิทัล เป็นสิ่งหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่เรียนรู้ได้ และ ท่านก็รู้ดีว่า การลงทุนเพื่อการเรียนรู้ มีราคาแพงมาก หากความรู้นั้น ไม่สร้างคุณค่าอะไรให้กับผู้ลงทุน เรียนรู้ในสิ่งที่จำเป็น เพราะเห็นความสำคัญ ดีกว่า การถูกบังคับให้เห็นความสำคัญและจำใจต้องเรียน
.
💕ทั้งหมดนี้ ในราคาเพียง 1,900 บาท จากราคาเต็ม 6,900 บาท
.
✅ สนใจสมัครเข้าเรียน รีบดำเนินการทันที โดยคลิกลงทะเบียนที่ลิงค์ด้านล่างเลยครับ
.
https://richhap.com/specialSales/fiveskill

ธุรกิจออนไลน์ 2020 สินค้าขายดี เว็บไซต์ อีคอมเมิร์ซ

ธุรกิจออนไลน์ 2020 สินค้าขายดี เว็บไซต์ อีคอมเมิร์ซ
1. ธุรกิจออนไลน์ เว็บไซต์ อีคอมเมิร์ซ สินค้าการดูแลสุขภาพ ขายดี
2. ธุรกิจออนไลน์ เว็บไซต์ อีคอมเมิร์ซ สินค้าอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ ขายดี
3. ธุรกิจออนไลน์ เว็บไซต์ อีคอมเมิร์ซ สินค้าความงามและผลิตภัณฑ์เสริมความงาม ขายดี
4. ธุรกิจออนไลน์ เว็บไซต์ อีคอมเมิร์ซ สินค้าผู้สูงอายุ ขายดี
5. ธุรกิจออนไลน์ เว็บไซต์ อีคอมเมิร์ซ สินค้าแม่และเด็ก ขายดี
6. ธุรกิจออนไลน์ เว็บไซต์ อีคอมเมิร์ซ สินค้าสัตว์เลี้ยง ขายดี
7. ธุรกิจคอร์สเรียนออนไลน์ คอร์สอีคอมเมิร์ซ คอร์สStartUP คอร์สสร้างเว็บไซต์
คอร์สการตลาดออนไลน์ คอร์สSEO ขายดี
8. ธุรกิจที่ปรึกษาการตลาดออนไลน์ โค้ช วิทยากร อาจารย์พิเศษ ที่ปรึกษา Digital Marketing
ที่ปรึกษาBrand Storytelling ขายดี

ธุรกิจออนไลน์ ขายดี ปี 2563 เป็นสิ่งที่ StartUP และนักธุรกิจสนใจลงทุน แต่ควรระมัดระวังและวางแผนในการลงทุน ธุรกิจออนไลน์ ขายดี ปี 2020 ที่มีปัจจัยความผันผวนสูง ทั้งปัญหาจากภาวะเศรษฐกิจโลกและการบริโภคภายในประเทศ StartUP SME และผู้ประกอบการรายใดที่มองเห็นโอกาสทองและมีความพร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงและปรับปรุงธุรกิจของตนให้เข้าสู่ธุรกิจออนไลน์.

StartUP eCommerce : หลักสูตรอีคอมเมิร์ซ 2020

1. หลักสูตร สร้างและพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์
(EXCELLENCE IN E-COMMERCE PROGRAM : EEP)

การค้าขายออนไลน์ หรือที่เรียกอย่างเป็นทางการว่าพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (E-Commerce) ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ในกลุ่มผู้บริโภคในประเทศไทยเนื่องจากอินเตอร์เน็ตมีความเร็วสูงขึ้นและมีราคาถูกลง ผู้คนสามารถเสิร์ชหาข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าและบริการได้อย่างสะดวกรวดเร็วจากโทรศัพท์มือถือ ธุรกิจมากมายทั้งขนาดเล็กและใหญ่ต่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องรองรับความต้องการที่จะซื้อขายและค้นหาข้อมูลออนไลน์ของผู้บริโภค ในขณะที่เว็บไซต์สำหรับขายของออนไลน์มีเกิดใหม่ขึ้นทุกวันจะทำอย่างไรให้ร้านค้าออนไลน์ของท่าน แตกต่าง โดดเด่น เป็นที่สนใจ และนำไปสู่การขายได้สำเร็จ
คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในฐานะของสถาบันการศึกษาชั้นนำของประเทศ ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการเติบโตของ E-commerce จึงจัดโครงการอบรมหลักสูตรสร้างและพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (Excellence in E-Commerce Program : EEP) ขึ้น เพื่อให้ความรู้แก่เจ้าของธุรกิจ ผู้ที่สนใจ นำไปใช้ให้เกิดประสิทธิผล

วัตถุประสงค์
1. เพื่อเสริมสร้างสมรรถนะที่สำคัญสำหรับการเป็นผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์
2. เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถวิเคราะห์ปัญหาและทราบถึงแนวทางพัฒนาปรับปรุงร้านค้าออนไลน์ของตน
3. เพื่อให้ผู้ประกอบการเล็งเห็นถึงโอกาสการทำธุรกิจออนไลน์ใหม่ๆ
4. เพื่อให้ผู้ประกอบการได้รู้จักเครื่องมือและแพลตฟอร์มต่างๆ ที่จะช่วยอำนวยความสะดวกในการทำ
ธุรกิจออนไลน์

หลักสูตรการอบรม 69 ชั่วโมง
หลักสูตรนี้ใช้เวลาในการอบรมทั้งสิ้น 69 ชั่วโมง ประกอบด้วยวิชาต่างๆ ดังนี้

MODULE 1 : ภาควิชาการ
– Online Platform both local and international
– Online payment systems
– การพัฒนาเนื้อหาบนเว็บไซต์ให้น่าสนใจ
– การพัฒนา infographic เพื่อสื่อสารกับลูกค้า/การตลาด
– การสร้าง Digital Branding
– E-reputation (เทคนิคการตอบสนองต่อลูกค้าผ่านช่องทางโซเชียล)
– การเพิ่มอันดับ/โอกาสในการค้นหาเจอบน Google (SEO)
– Google Trend/ Keywords
– Managing Paid Ads
– Measuring and Evaluating Paid Ads campaign
– Influencer marketing
– กรณีศึกษา: Successful online store
– Business Plan Workshop

MODULE 2 : ภาคศึกษาดูงานต่างประเทศ
– การดูงานที่ประเทศจีน จำนวน 4 วัน 3 คืน
– การเยี่ยมชมตลาดขายส่งขนาดใหญ่ที่มีชื่อเสียงใน GuangZhou เพื่อศึกษาตลาด ทำความรู้จักและเจรจาการค้าในเบื้องต้น (โดยมีล่าม) กับผู้ค้าในจีน
– การเยี่ยมชมงานของบริษัท TengXun หรือ Tencent หนึ่งในบริษัทผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ต มีเดีย และระบบการจ่ายเงินออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศจีน ให้บริการแอพพลิเคชั่นเช่น WeChat และ QQ Instant Messenger ระบบการชำระเงินออนไชน์ TenPay และเว็บไซต์ weibo ซึ่งเป็น social media ที่มีชื่อเสียงในประเทศจีน
– การเยี่ยมชมงานบริษัท ZTE ผู้นำด้านการให้บริการเครือข่ายโทรคมนาคมในประเทศจีน
– การเยี่ยมชมสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอื่นๆ ใน GuangZhou และ ShenZen

กลุ่มเป้าหมาย
ผู้ประกอบการทั้งที่มีและยังไม่มีร้านค้าออนไลน์ ที่ต้องการเพิ่มเติมความรู้เพื่อพัฒนาร้านค้าออนไลน์
ผู้ประกอบการที่สนใจบุกตลาดขายของออนไลน์โดยเฉพาะตลาดประเทศจีน

วิธีการฝึกอบรม
วิธีการฝึกอบรมเน้นให้ผู้เข้าอบรมได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันและกันและนำหลักทฤษฎีไปใช้ในทางปฏิบัติจริงให้มากที่สุด วิธีการฝึกอบรมจึงประกอบด้วยวิธีการต่างๆ ที่เหมาะสมแต่ละกรณี ได้แก่
– การบรรยาย
– กรณีศึกษา
– การดูงานต่างประเทศ ณ ประเทศจีน
– การอบรมเชิงปฏิบัติการ (Workshop)

วิทยากร
วิทยากรประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิ และผู้มีประสบการณ์จากสถาบันการศึกษาต่างๆ ทั้งจากบริษัทเอกชน รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานราชการที่เชี่ยวชาญและชำนาญการในแต่ละสาขามาทำการฝึกอบรมเพื่อให้ผู้เข้าอบรมได้รับประโยชน์สูงสุด

การผ่านการอบรม
ผู้เข้ารับการอบรมที่มีเวลาเรียนไม่น้อยกว่า 80% ของเวลาเรียนทั้งหมด จะได้รับวุฒิบัตรจากคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ระยะเวลาการอบรม
การอบรมเริ่มวันที่ –
อบรมทุกวันวันเสาร์ เวลา 09.00 – 16.00 น.
ดูงานประเทศจีน 4 วัน 3 คืน

สถานที่อบรม
ณ คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (ท่าพระจันทร์)

ค่าธรรมเนียมการอบรม
MODULE 1 : จำนวน 54 ชั่วโมง (เฉพาะภาคบรรยาย)

ค่าธรรมเนียมการอบรมคนละ 43,000 บาท ซึ่งรวมถึง
– เอกสารประกอบการบรรยาย
– กระเป๋าเอกสาร
– อาหารเช้า, อาหารกลางวัน และอาหารว่างตลอดการอบรม

MODULE 2 : จำนวน 69 ชั่วโมง (รวมชั่วโมงไปทัศนศึกษาดูงานต่างประเทศ)

ค่าธรรมเนียมการอบรมคนละ 85,000 บาท ซึ่งรวมถึง
– เอกสารประกอบการบรรยาย
– กระเป๋าเอกสาร
– อาหารเช้า, อาหารกลางวัน และอาหารว่างตลอดการอบรม
– ที่พัก ค่าอาหาร และค่าพาหนะเดินทางไปสำหรับการอบรมและดูงานในประเทศจีน
– ค่าเดินทางชั้นประหยัด ค่าที่พักคู่ และประกันอุบัติเหตุระหว่างเดินทาง

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
ศูนย์ให้คำปรึกษาและพัฒนาผู้บริหารทางธุรกิจแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
(Thammasat Consulting Networking and Coaching Center – CONC Thammasat)
ชั้น 3 อาคารธรรมศาสตร์ 60 ปี
คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ท่าพระจันทร์ กรุงเทพฯ 10200
Mobile : 09-1119-4510 (ติดต่อ คุณเธียรทิพย์)
Click To Call : , 02 613 2247 (เวลา 8.30 – 17.00 น.)

Thailand’s E-Commerce Landscape: Trends and Opportunities

The second largest economy of Southeast Asia, Thailand has one of the region’s highest number of internet users. There are approximately 57 million internet users in the country that are well-versed in the use of digital technologies, mobile, and e-commerce.

The growing internet user base makes Thailand an ideal growth environment for e-commerce businesses. At present, the Thai e-commerce market is valued at US$3.5 billion and is expected to generate revenue growth rate of 13.2 percent annually, reaching US$5.8 billion in 2022

Thailand – the biggest social commerce market
According to market reports, over 50 percent of Thai online shoppers purchase products through social networks. The user base comprises mostly the young: 76 percent of 15 to 19-year-olds, 52 percent of 20 to 29-year-olds, and 34 percent of 30 to 39-year-olds.

To maximize customer reach in the over-crowded online market, many e-commerce merchants set up Facebook and Instagram pages where they post images and details of their products. This enables online browsers to inquire and discuss the product details directly with the company or the merchant, and further facilitate the deal.

Currently, Facebook and Instagram have upwards of 10,000 operating online stores in Thailand. Because of their dominance and reach, these platforms must be considered as serious competitors to companies looking to disrupt the e-commerce marketplace in Thailand.

Payment preferences
Like most emerging e-commerce markets in Southeast Asia, cash reigns as the most popular choice of payment in Thailand. Approximately 70 percent of the online shoppers prefer cash on delivery (COD) in the country.

However, alternative payment methods such as e-wallets, mobile banking, internet banking, and credit and debit cards are slowly gaining prominence under the Thai government’s National e-Payment master plan. Under this initiative, the Thai Ministry of Finance and commercial banks have jointly enabled the installation of a total 550 thousand electronic data capture (EDC) terminals nationwide to support credit/debit card payment.

In 2017, the government launched PromptPay service that allows registered customers to transfer funds using only mobile phone numbers or citizen ID. The scheme has already received 14 million registrations by the start of 2018. Several other private enterprises and large banks have renewed their mobile application to enable QR code payment, whilst non-banks such as TrueMoney, m-Pay, AirPay promote their services to draw in more e-Wallet users.

Logistics
The continued expansion of e-commerce business has increased the demand for logistics space and brought about significant changes in the supply chain and logistics operations in Thailand.

Several courier companies have launched their cost-effective and high-quality logistics services and brought domestic end-to-end delivery to the market. Many companies have established central warehouses, along with smaller drop-off and pickup point across the country, to sustain the rise in demand. For small and medium enterprises, this means greater convenience and a quicker process to deliver to their consumers, at much lesser cost.

Aden, Central Group, DHL Express Thailand, Kerry Express, Lazada, Pomelo, and Shopee, are some of the major e-commerce and logistics companies in the country.

Opportunities for businesses
The Digital Thailand 4.0 program, started in 2016, has brought about a wave of opportunities for e-commerce businesses in the country. The initiative has increased internet adoption, and encouraged businesses – especially small and medium enterprises in remote areas, to use e-payments and e-marketplaces to sell local products and services.

Currently, 12.1 million Thais shop online and spend an average of US$ 243 per year on e-commerce. The annual online expenditure per person is expected to grow to US$ 382 by 2021, according to research reports.

The variety of products sold on e-commerce platform is, too, expected to grow significantly. Some of the key verticals of the Thai e-commerce industry are discussed below.

References : aseanbriefing.com

Thailand ecommerce trends 2020 : เทรนด์อีคอมเมิร์ซปี 2563 ของประเทศไทย

ecommerce trends 2020

Thailand ecommerce trends 2020
เทรนด์อีคอมเมิร์ซปี 2563 ของประเทศไทย

เทรนด์อีคอมเมิร์ซปี 2563 ของประเทศไทย

1. Direct to customer ( DTC ) ผู้ประกอบการที่มีแบรนด์สินค้าและบริการ
จะใช้เว็บไซต์และโซเชียลมีเดียของตนเองขายสินค้าและบริการของแบรนด์

2. ประเทศไทยขึ้นเป็นผู้นำในการใช้ Social Media ขายสินค้า
ระบบ Social Commerce เครื่องมือใหม่ที่ช่วยให้ซื้อขายบน Social Media

3. Ride Hailing ช่วยการส่งสินค้าเร็วขึ้น โดยเฉพาะในเรื่องของการส่งอาหาร
() ซึ่งผู้ให้บริการรายใหญ่ในไทยที่ให้บริการคือ Grab, GET และ LINEMAN
4.Omni Channel อยู่ทุกที่ที่ลูกค้าต้องการ ร้านค้าต้องอยู่ทุกที่ที่ลูกค้าต้องการซื้อ
ทั้งร้านค้า Online และร้านค้า Offline เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดี

5. อีคอมเมิร์ซไทย จะก้าวสู่ตลาดโลก ผ่าน e-Marketplace รายใหญ่ Lazada, Shopee,
JD Central.com ที่มาบุกตลาดเข้าสู่ประเทศไทยผ่านรูปแบบ Cross Border

6. สงคราม E-Wallet แข่งกันดึงเงินลงกระเป๋า ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)รายงานการทำธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ เช่น โอนเงินออนไลน์มากถึง 473 ล้านรายการ จากหลายกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์

7. สงคราม บริษัทขนส่งสินค้า(E-Logistic) เมื่อช้อปออนไลน์โต การส่งสินค้าก็ตามมา ทำให้แต่ละรายพัฒนาการส่งให้มีประสิทธิภาพ

8. บริการเก็บ-แพ็ค-ส่งสินค้า(Fulfillment)จะเติบโต แต่ละวันการส่งสินค้ามีมหาศาล ทำให้การเก็บ แพ็ค ส่งสินค้าเป็น “ขุมทรัพย์” ใหม่ของผู้เชี่ยวชาญตลาด

9.Live & Conversational Commerce การค้าแบบไลฟ์สด+Chat การ Live ขายสินค้ามีบทบาทมากขึ้น เพราะได้สื่อสาร เอ็นเกจกับกลุ่มเป้าหมายโดยตรง อีกทั้งสามารถบอกโปรโมชั่น ปิดการขายได้ทันที

10.ข้อมูล E-Commerce นำไปสู่ธุรกิจอื่นๆอีกมากมาย เพราะการขายออนไลน์มีข้อมูลมากมายเกิดขึ้น หรือ Big data ผู้บริโภคเป็นใคร ซื้อสินค้าเมื่อไหร่ อย่างไร สามารถต่อยอดสู่ธุรกิจอื่น รวมถึงช่วยให้บริหารจัดการงานเร็วขึ้น

11.ยุครุ่งโรจน์ของ E-Commerce เฉพาะทาง (Vertical E-Commerce) ปีนี้จะมีอีคอมเมิร์ซเฉพาะทางใหม่ๆ บุกไทยมากขึ้น

12.กฎหมายด้านดิจิทัลที่มาครบชุด สิ่งที่ผู้ประกอบการค้าออนไลน์ต้องรู้ เพื่อจ่ายภาษีให้ถูกต้อง และทำธุรกิจได้อย่างราบรื่นไม่กระทบสิทธิส่วนบุคคล

ขอบคุณข้อมูลจาก : augnitive.com , priceza.com ,tarad.com

ecommerce 2020 update

อีคอมเมิร์ซ update 2020

ecommerce ย่อมาจากคำว่า Electronic Commerce แปลเป็นภาษาไทยได้ว่า การพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ คือการทำธุรกิจโดยซื้อขายสินค้าหรือโฆษณาผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ที่นิยมในยุคปัจจุบันคือการขายผ่าน Social Media ภาพรวมของธุรกิจอีคอมเมิร์ซประเทศไทยปี2020 จะมีการจำนวนพ่อค้า แม่ค้าออนไลน์ ที่ใช้อีคอมเมิร์ซประเภทของธุรกิจอีคอมเมิร์ซแบบ ผู้บริโภคซื้อขายกับผู้บริโภค เป็นจำนวนมาก เช่น การ Live ขายสินค้าด้วย Facebook Live

อีคอมเมิร์ซแบ่งเป็นประเภทของ ecommerce ดังนี้
1.อีคอมเมิร์ซประเภทธุรกิจกับผู้ซื้อปลีก ตัวย่อคือ บีทูซี ( B-to-C = Business to Consumer) คือ
ผู้ซื้อปลีกซื้อสินค้าจากผู้ขายผ่านอินเตอร์เน็ต ตัวอย่างเช่นอีคอมเมิร์ซของเว็บไซต์ของ bigc , lotus เป็นต้น

2.อีคอมเมิร์ซประเภทธุรกิจกับธุรกิจ ตัวย่อคือ บีทูบี (B-to-B = Business to Business) คือ
ผู้ประกอบการสองฝ่ายทำการติดต่อซื้อขายกัน โดยการขายในที่นี้เป็นการขายส่ง
ซึ่งทำการสั่งซื้อผ่านอินเทอร์เน็ต ตัวอย่างเช่นอีคอมเมิร์ซของเว็บไซต์ของ Pantavanij เป็นต้น

3.อีคอมเมิร์ซประเภทธุรกิจกับรัฐบาล หรือ บีทูจี (B-to-G = Business to Government) คือ ธุรกิจระหว่างภาคเอกชนกับภาครัฐ เช่น การจัดจ้างของภาครัฐโดยประกาศผ่านทางเว็บไซต์ของรัฐเพื่อลดค่าใช้จ่าย ตัวอย่างเช่นอีคอมเมิร์ซของเว็บไซต์ของ gprocurement ระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ เป็นต้น

4.อีคอมเมิร์ซประเภทรัฐบาลกับรัฐบาล หรือ จีทูจี (G-to-G = Government to Government) คือ การติดต่อกันระหว่างหน่วยงานในรัฐบาล เป็นการติดต่อแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกระทรวง ตัวอย่างเช่นอีคอมเมิร์ซของเว็บไซต์ของ กรมบัญชีกลาง The Comptroller General’s Department เป็นต้น

5.อีคอมเมิร์ซประเภทผู้บริโภคกับผู้บริโภค หรือ ซีทูซี (C-to-C = Consumer to Consumer) คือ
การติดต่อซื้อขายระหว่างผู้บริโภคด้วยกันเอง กล่าวคือ ผู้บริโภคที่ไม่ได้ประกอบธุรกิจประกาศขายสินค้าของตนเอง และผู้บริโภคอีกคนก็สนใจสั่งซื้อไป การประกาศขายนี้ส่วนใหญ่ทำผ่านอินเทอร์เน็ตเพราะมีพื้นที่ให้ติดต่อซื้อขายได้สะดวก รวมถึงหาคนที่มีความสนใจเหมือนกันได้ง่าย ตัวอย่างเช่นการใช้ Facebook Live , Line , instagram และ youtube เป็นต้น

6.อีคอมเมิร์ซประเภทภาครัฐกับประชาชน หรือ จีทูซี (G-to-C = Government to Consumer) คือ การให้บริการจากทางภาครัฐผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ โดยเฉพาะอินเทอร์เน็ต ตัวอย่างเช่นอีคอมเมิร์ซของเว็บไซต์ กรมสรรพากร The Revenue Department ที่มีบริการด้านอำนวยความสะดวก ยื่นการเสียภาษีผ่านอินเทอร์เน็ต การดาวน์โหลดแบบฟอร์มเพื่อลงทะเบียนต่างๆ และสามารถคำนวณภาษีผ่านทางเว็บไซต์ กรมสรรพากร เป็นต้น

#ecommerce #อีคอมเมิร์ซ

ecommerce update 2020 อีคอมเมิร์ซ ข้อมูลปีล่าสุด 2563

ecommerce update 2020 อีคอมเมิร์ซ ข้อมูลปีล่าสุด 2563

Digital Transformation คือการเปลี่ยนแปลงทางด้านเทคโนโลยีมาส่งผลกระทบให้เกิดการเปลี่ยนแปลงด้านโมเดลการทำธุรกิจ จนธุรกิจหลายอย่างต้องล้มหายตายจากไป ดังนั้นสิ่งที่องค์กรจะต้องทำเพื่อความอยู่รอดจึงมีเพียงการอ้าแขนโอบรับ Digital Transformation เท่านั้น
บริษัท IBM ได้ทำสถิติจดสิทธิบัตรไปมากที่สุดในโลกถึง 9,100 ใบเมื่อปีที่แล้ว ได้ทำการศึกษาในช่วงปลายปี 2017 ด้วยการพูดคุยกับผู้บริหารระดับ C-Level ทั่วโลก เกี่ยวกับมุมมองและแนวคิดในการนำพาองค์กรไปข้างหน้า พบข้อมูลที่น่าสนใจว่า ในช่วงปี 2015 สิ่งที่คนในแวดวงธุรกิจต่างพากันหวาดกลัวก็คือกลุ่มธุรกิจ startup ที่เกิดและเติบโตรวดเร็ว แต่ข้อมูลใหม่กลับชี้ให้เห็นว่า คนที่พลิกเกมกลับมาเป็นฝ่ายที่คนอื่นต้องหวาดกลัวกลับกลายเป็นเจ้าของธุรกิจเดิมที่อยู่ในวงการมานานแล้ว เนื่องจากเจ้าของธุรกิจกลุ่มนี้มีสิ่งที่นับเป็นขุมทรัพย์ที่ธุรกิจใหม่ๆ ไม่มี ซึ่งก็คือ “ข้อมูล” นั่นเอง
#กรณีศึกษาอีคอมเมิร์ซ 2020
ปรับปรุงข้อมูลล่าสุดวันที่ 25 มกราคม 2563
Update : 25 January 2020

กรณีศึกษาอีคอมเมิร์ซที่ประสบความสำเร็จ

กรณีศึกษาอีคอมเมิร์ซที่ประสบความสำเร็จ บริษัท DHL Express มีตัวอย่างความสำเร็จดังนี้
1. มีระบบ Network ครอบคลุมทั่วโลก และให้บริการลูกค้าแบบ Door-to-Door Service
ตั้งแต่ต้นทาง ถึงผู้รับปลายทาง

2. มีการขยายฐานเจาะกลุ่มผู้ประกอบการ SME มากขึ้น ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ
เมื่อขยายฐานลูกค้ามายังกลุ่มผู้ประกอบการ SME หลังจากโฟกัสแต่ลูกค้าองค์กรใหญ่มาตลอด
ทำให้ “DHL” ต้องปรับเปลี่ยนองค์กร และ Mindset ให้คิด
และดำเนินธุรกิจบน “Customer Centricity”

3. มีพันธมิตรธุรกิจเพิ่มขึ้นครอบคลุมทั่วโลก

4. มีการใช้เทคโนโลยีที่ปรับตัวเข้าสู่ยุคดิจิทัลเต็มรูปแบบ

5. มีบุคลากรที่มีความสามารถ

บริษัท DHL Express ได้เข้าสู่สนามการแข่งขัน ที่มีความท้าทายในยุคดิจิทัล กับการเติบโตของอีคอมเมิร์ซ สร้างโอกาสธุรกิจมากมาย แต่ในเวลาเดียวกันก็มาพร้อมกับการแข่งขันของอุตสาหกรรมนี้สูงขึ้นด้วย โดยเฉพาะยักษ์อี คอมเมิร์ซของจีนอย่าง Alibaba ที่เริ่มขยายฐานธุรกิจโลจิสติกส์ไปยังทวีป – ประเทศต่างๆ ทั่วโลก

“โลจิสติกส์” (Logistic) ถือเป็นกระดูกสันหลัง (Backbone) ของธุรกิจทุกประเภท ไม่ว่าจะเล็ก หรือใหญ่ ยิ่งทุกวันนี้เป็นยุคดิจิทัล ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงการซื้อขายไปอยู่บน “อีคอมเมิร์ซ” (e-Commerce) มากขึ้นที่ทำให้ไม่มีเส้นแบ่งพรมแดนประเทศ และอุปสรรคการซื้อขายอีกต่อไป

“eMarketer” คาดการณ์ว่าในปี 2019 มูลค่าธุรกิจ Retail e-Commerce ทั่วโลก จะอยู่ที่ 3,535 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ เติบโต 20.7% และประมาณการณ์ว่าในปี 2023 มูลค่าจะขยับเพิ่มขึ้นเป็น 6,542 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ

ที่น่าสนใจคือ จากทวีปทั่วโลก “เอเชีย แปซิฟิก” มีอัตราการเติบโตของธุรกิจ Retail e-Commerce สูงสุด อยู่ที่ 25% ตามมาด้วยลาติน อเมริกา 21.3%, ตะวันออกกลาง และแอฟริกา 21.3%

ยิ่งตลาดอีคอมเมิร์ซทั่วโลกขยายตัวมากเท่าไร สิ่งที่ตามมาคือ “ธุรกิจโลจิสติกส์” ต้องพัฒนาระบบ “E-Logistic” ที่เชื่อมต่อกับแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ และทำให้ “โลจิสติกส์ระหว่างประเทศ” (Cross-border Logistic) เติบโตเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

ปรับปรุงข้อมูลล่าสุดวันที่ 25 มกราคม 2563
Update : 25 January 2020