Mapping the World’s Top Online Marketplaces

ชี้เป้าธุรกิจออนไลน์ 2020 เจาะลึกอาณาจักร เว็บไซต์อีคอมเมิร์ซโลก 2563
เปิดขุมทรัพย์ออนไลน์สำหรับพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ที่มองหาเว็บไซต์ขายสินค้าออนไลน์ ขายดี
1.เว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ Amazon สัญชาติสหรัฐอเมริกา
ยังครองแชมป์โลก ขึ้นแท่นแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซอันดับหนึ่ง
ที่รุกตลาดเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซไปทั่วทั้งโลก จาก 174 ประเทศที่ทำการศึกษา Amazon
คือมาร์เก็ตเพลสออนไลน์ที่คนเข้าไปเยี่ยมชมมากที่สุดใน 58 ประเทศ หรือ 1 ใน 3 ทีเดียว
อาณาจักรเว็บไซต์อีคอมเมิรซ์ Amazon มีจำนวนประชากรออนไลน์ 1,216,306,113 คน
คิดได้เป็นพื้นที่ 34,956,262 ตารางกิโลเมตร

2.เว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ Alibaba สัญชาติจีน
มาร์เก็ตเพลสออนไลน์ที่คนเข้าไปเยี่ยมชม 15 ประเทศ
อาณาจักรเว็บไซต์อีคอมเมิรซ์ Alibaba มีจำนวนประชากรออนไลน์ 1,072,076,950 คน
คิดได้เป็นพื้นที่ 13,680,139 ตารางกิโลเมตร

3.เว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ MercadoLibre สัญชาติอเมริกาใต้ ( 8 ประเทศ )
มาร์เก็ตเพลสออนไลน์ที่คนเข้าไปเยี่ยมชม 9 ประเทศ
อาณาจักรเว็บไซต์อีคอมเมิรซ์ MercadoLibre มีจำนวนประชากรออนไลน์ 341,044,208 คน
คิดได้เป็นพื้นที่ 17,516,992 ตารางกิโลเมตร

4.เว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ Naspers สัญชาติแอฟริกาใต้
มาร์เก็ตเพลสออนไลน์ที่คนเข้าไปเยี่ยมชม 16 ประเทศ
อาณาจักรเว็บไซต์อีคอมเมิรซ์ Naspers มีจำนวนประชากรออนไลน์ 261,223,414 คน
คิดได้เป็นพื้นที่ 23,803,457 ตารางกิโลเมตร

5.เว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ eBay สัญชาติแอฟริกาใต้
มาร์เก็ตเพลสออนไลน์ที่คนเข้าไปเยี่ยมชม 13 ประเทศ
อาณาจักรเว็บไซต์อีคอมเมิรซ์ eBay มีจำนวนประชากรออนไลน์ 132,117,951 คน
คิดได้เป็นพื้นที่ 9,803,937 ตารางกิโลเมตร

6.เว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ Rocket Internet สัญชาติเยอรมัน
มาร์เก็ตเพลสออนไลน์ที่คนเข้าไปเยี่ยมชม 8 ประเทศ
อาณาจักรเว็บไซต์อีคอมเมิรซ์ Rocket Internet มีจำนวนประชากรออนไลน์ 103,691,145 คน
คิดได้เป็นพื้นที่ 3,043,144 ตารางกิโลเมตร

ecommerce empire

เว็บไซต์อีคอมเมิร์ซโลก 2563

ขอบคุณข้อมูลจากเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ
https://www.websitebuilderexpert.com/age-of-ecommerce-empires/

eCommerce Thailand

ขอบคุณ เว็บไซต์หน่วยงานราชการ สถาบันการศึกษา หอสมุด ฐานข้อมูล ที่ลิงค์ข้อมูลมาที่ เว็บไซต์ อีคอมเมิร์ซ
1. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
2. สำนักวิทยทรัพยากร
3. แผนงานพัฒนาพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์
4. บทบาทและการพัฒนาพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย
5. โรงพยาบาลพยัคฆภูมิพิสัย
6. สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุตรดิตถ์
7. ศูนย์ข้อมูลข่าวสารของราชการ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข
8. blogspot.com
9. เว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ
10. Electronic Commerce in Thailand
11. Electronic Commerce Initiatives
12. Top e-Commerce website Thailand
13. เว็บไซต์อีคอมเมิร์ซประเทศไทย
14. มาตรการป้องกันการใช้บัตรเครดิตปลอมบนอินเตอร์เน็ต
15. ศูนย์พัฒนาพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไทย
16. Pantip.com

 

 

 

 

 

 

 

เว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ

เว็บไซต์ อีคอมเมิร์ซ e-Commerce website

1. ประเทศสหรัฐอเมริกา
National Telecommunications and Information Administration

2 .ประเทศญี่ปุ่น
nagaokaut.ac.jp
jipdec.or.jp

3. กลุ่มประเทศ APEC
APEC TEL Member Economies’ Related Sites

ธุรกิจออนไลน์ 2020 สินค้าขายดี เว็บไซต์ อีคอมเมิร์ซ

ธุรกิจออนไลน์ 2020 สินค้าขายดี เว็บไซต์ อีคอมเมิร์ซ
1. ธุรกิจออนไลน์ เว็บไซต์ อีคอมเมิร์ซ สินค้าการดูแลสุขภาพ ขายดี
2. ธุรกิจออนไลน์ เว็บไซต์ อีคอมเมิร์ซ สินค้าอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ ขายดี
3. ธุรกิจออนไลน์ เว็บไซต์ อีคอมเมิร์ซ สินค้าความงามและผลิตภัณฑ์เสริมความงาม ขายดี
4. ธุรกิจออนไลน์ เว็บไซต์ อีคอมเมิร์ซ สินค้าผู้สูงอายุ ขายดี
5. ธุรกิจออนไลน์ เว็บไซต์ อีคอมเมิร์ซ สินค้าแม่และเด็ก ขายดี
6. ธุรกิจออนไลน์ เว็บไซต์ อีคอมเมิร์ซ สินค้าสัตว์เลี้ยง ขายดี
7. ธุรกิจคอร์สเรียนออนไลน์ คอร์สอีคอมเมิร์ซ คอร์สStartUP คอร์สสร้างเว็บไซต์
คอร์สการตลาดออนไลน์ คอร์สSEO ขายดี
8. ธุรกิจที่ปรึกษาการตลาดออนไลน์ โค้ช วิทยากร อาจารย์พิเศษ ที่ปรึกษา Digital Marketing
ที่ปรึกษาBrand Storytelling ขายดี

ธุรกิจออนไลน์ ขายดี ปี 2563 เป็นสิ่งที่ StartUP และนักธุรกิจสนใจลงทุน แต่ควรระมัดระวังและวางแผนในการลงทุน ธุรกิจออนไลน์ ขายดี ปี 2020 ที่มีปัจจัยความผันผวนสูง ทั้งปัญหาจากภาวะเศรษฐกิจโลกและการบริโภคภายในประเทศ StartUP SME และผู้ประกอบการรายใดที่มองเห็นโอกาสทองและมีความพร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงและปรับปรุงธุรกิจของตนให้เข้าสู่ธุรกิจออนไลน์.

StartUP eCommerce : หลักสูตรอีคอมเมิร์ซ 2020

1. หลักสูตร สร้างและพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์
(EXCELLENCE IN E-COMMERCE PROGRAM : EEP)

การค้าขายออนไลน์ หรือที่เรียกอย่างเป็นทางการว่าพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (E-Commerce) ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ในกลุ่มผู้บริโภคในประเทศไทยเนื่องจากอินเตอร์เน็ตมีความเร็วสูงขึ้นและมีราคาถูกลง ผู้คนสามารถเสิร์ชหาข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าและบริการได้อย่างสะดวกรวดเร็วจากโทรศัพท์มือถือ ธุรกิจมากมายทั้งขนาดเล็กและใหญ่ต่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องรองรับความต้องการที่จะซื้อขายและค้นหาข้อมูลออนไลน์ของผู้บริโภค ในขณะที่เว็บไซต์สำหรับขายของออนไลน์มีเกิดใหม่ขึ้นทุกวันจะทำอย่างไรให้ร้านค้าออนไลน์ของท่าน แตกต่าง โดดเด่น เป็นที่สนใจ และนำไปสู่การขายได้สำเร็จ
คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในฐานะของสถาบันการศึกษาชั้นนำของประเทศ ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการเติบโตของ E-commerce จึงจัดโครงการอบรมหลักสูตรสร้างและพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (Excellence in E-Commerce Program : EEP) ขึ้น เพื่อให้ความรู้แก่เจ้าของธุรกิจ ผู้ที่สนใจ นำไปใช้ให้เกิดประสิทธิผล

วัตถุประสงค์
1. เพื่อเสริมสร้างสมรรถนะที่สำคัญสำหรับการเป็นผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์
2. เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถวิเคราะห์ปัญหาและทราบถึงแนวทางพัฒนาปรับปรุงร้านค้าออนไลน์ของตน
3. เพื่อให้ผู้ประกอบการเล็งเห็นถึงโอกาสการทำธุรกิจออนไลน์ใหม่ๆ
4. เพื่อให้ผู้ประกอบการได้รู้จักเครื่องมือและแพลตฟอร์มต่างๆ ที่จะช่วยอำนวยความสะดวกในการทำ
ธุรกิจออนไลน์

หลักสูตรการอบรม 69 ชั่วโมง
หลักสูตรนี้ใช้เวลาในการอบรมทั้งสิ้น 69 ชั่วโมง ประกอบด้วยวิชาต่างๆ ดังนี้

MODULE 1 : ภาควิชาการ
– Online Platform both local and international
– Online payment systems
– การพัฒนาเนื้อหาบนเว็บไซต์ให้น่าสนใจ
– การพัฒนา infographic เพื่อสื่อสารกับลูกค้า/การตลาด
– การสร้าง Digital Branding
– E-reputation (เทคนิคการตอบสนองต่อลูกค้าผ่านช่องทางโซเชียล)
– การเพิ่มอันดับ/โอกาสในการค้นหาเจอบน Google (SEO)
– Google Trend/ Keywords
– Managing Paid Ads
– Measuring and Evaluating Paid Ads campaign
– Influencer marketing
– กรณีศึกษา: Successful online store
– Business Plan Workshop

MODULE 2 : ภาคศึกษาดูงานต่างประเทศ
– การดูงานที่ประเทศจีน จำนวน 4 วัน 3 คืน
– การเยี่ยมชมตลาดขายส่งขนาดใหญ่ที่มีชื่อเสียงใน GuangZhou เพื่อศึกษาตลาด ทำความรู้จักและเจรจาการค้าในเบื้องต้น (โดยมีล่าม) กับผู้ค้าในจีน
– การเยี่ยมชมงานของบริษัท TengXun หรือ Tencent หนึ่งในบริษัทผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ต มีเดีย และระบบการจ่ายเงินออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศจีน ให้บริการแอพพลิเคชั่นเช่น WeChat และ QQ Instant Messenger ระบบการชำระเงินออนไชน์ TenPay และเว็บไซต์ weibo ซึ่งเป็น social media ที่มีชื่อเสียงในประเทศจีน
– การเยี่ยมชมงานบริษัท ZTE ผู้นำด้านการให้บริการเครือข่ายโทรคมนาคมในประเทศจีน
– การเยี่ยมชมสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอื่นๆ ใน GuangZhou และ ShenZen

กลุ่มเป้าหมาย
ผู้ประกอบการทั้งที่มีและยังไม่มีร้านค้าออนไลน์ ที่ต้องการเพิ่มเติมความรู้เพื่อพัฒนาร้านค้าออนไลน์
ผู้ประกอบการที่สนใจบุกตลาดขายของออนไลน์โดยเฉพาะตลาดประเทศจีน

วิธีการฝึกอบรม
วิธีการฝึกอบรมเน้นให้ผู้เข้าอบรมได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันและกันและนำหลักทฤษฎีไปใช้ในทางปฏิบัติจริงให้มากที่สุด วิธีการฝึกอบรมจึงประกอบด้วยวิธีการต่างๆ ที่เหมาะสมแต่ละกรณี ได้แก่
– การบรรยาย
– กรณีศึกษา
– การดูงานต่างประเทศ ณ ประเทศจีน
– การอบรมเชิงปฏิบัติการ (Workshop)

วิทยากร
วิทยากรประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิ และผู้มีประสบการณ์จากสถาบันการศึกษาต่างๆ ทั้งจากบริษัทเอกชน รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานราชการที่เชี่ยวชาญและชำนาญการในแต่ละสาขามาทำการฝึกอบรมเพื่อให้ผู้เข้าอบรมได้รับประโยชน์สูงสุด

การผ่านการอบรม
ผู้เข้ารับการอบรมที่มีเวลาเรียนไม่น้อยกว่า 80% ของเวลาเรียนทั้งหมด จะได้รับวุฒิบัตรจากคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ระยะเวลาการอบรม
การอบรมเริ่มวันที่ –
อบรมทุกวันวันเสาร์ เวลา 09.00 – 16.00 น.
ดูงานประเทศจีน 4 วัน 3 คืน

สถานที่อบรม
ณ คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (ท่าพระจันทร์)

ค่าธรรมเนียมการอบรม
MODULE 1 : จำนวน 54 ชั่วโมง (เฉพาะภาคบรรยาย)

ค่าธรรมเนียมการอบรมคนละ 43,000 บาท ซึ่งรวมถึง
– เอกสารประกอบการบรรยาย
– กระเป๋าเอกสาร
– อาหารเช้า, อาหารกลางวัน และอาหารว่างตลอดการอบรม

MODULE 2 : จำนวน 69 ชั่วโมง (รวมชั่วโมงไปทัศนศึกษาดูงานต่างประเทศ)

ค่าธรรมเนียมการอบรมคนละ 85,000 บาท ซึ่งรวมถึง
– เอกสารประกอบการบรรยาย
– กระเป๋าเอกสาร
– อาหารเช้า, อาหารกลางวัน และอาหารว่างตลอดการอบรม
– ที่พัก ค่าอาหาร และค่าพาหนะเดินทางไปสำหรับการอบรมและดูงานในประเทศจีน
– ค่าเดินทางชั้นประหยัด ค่าที่พักคู่ และประกันอุบัติเหตุระหว่างเดินทาง

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
ศูนย์ให้คำปรึกษาและพัฒนาผู้บริหารทางธุรกิจแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
(Thammasat Consulting Networking and Coaching Center – CONC Thammasat)
ชั้น 3 อาคารธรรมศาสตร์ 60 ปี
คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ท่าพระจันทร์ กรุงเทพฯ 10200
Mobile : 09-1119-4510 (ติดต่อ คุณเธียรทิพย์)
Click To Call : , 02 613 2247 (เวลา 8.30 – 17.00 น.)

Thailand’s E-Commerce Landscape: Trends and Opportunities

The second largest economy of Southeast Asia, Thailand has one of the region’s highest number of internet users. There are approximately 57 million internet users in the country that are well-versed in the use of digital technologies, mobile, and e-commerce.

The growing internet user base makes Thailand an ideal growth environment for e-commerce businesses. At present, the Thai e-commerce market is valued at US$3.5 billion and is expected to generate revenue growth rate of 13.2 percent annually, reaching US$5.8 billion in 2022

Thailand – the biggest social commerce market
According to market reports, over 50 percent of Thai online shoppers purchase products through social networks. The user base comprises mostly the young: 76 percent of 15 to 19-year-olds, 52 percent of 20 to 29-year-olds, and 34 percent of 30 to 39-year-olds.

To maximize customer reach in the over-crowded online market, many e-commerce merchants set up Facebook and Instagram pages where they post images and details of their products. This enables online browsers to inquire and discuss the product details directly with the company or the merchant, and further facilitate the deal.

Currently, Facebook and Instagram have upwards of 10,000 operating online stores in Thailand. Because of their dominance and reach, these platforms must be considered as serious competitors to companies looking to disrupt the e-commerce marketplace in Thailand.

Payment preferences
Like most emerging e-commerce markets in Southeast Asia, cash reigns as the most popular choice of payment in Thailand. Approximately 70 percent of the online shoppers prefer cash on delivery (COD) in the country.

However, alternative payment methods such as e-wallets, mobile banking, internet banking, and credit and debit cards are slowly gaining prominence under the Thai government’s National e-Payment master plan. Under this initiative, the Thai Ministry of Finance and commercial banks have jointly enabled the installation of a total 550 thousand electronic data capture (EDC) terminals nationwide to support credit/debit card payment.

In 2017, the government launched PromptPay service that allows registered customers to transfer funds using only mobile phone numbers or citizen ID. The scheme has already received 14 million registrations by the start of 2018. Several other private enterprises and large banks have renewed their mobile application to enable QR code payment, whilst non-banks such as TrueMoney, m-Pay, AirPay promote their services to draw in more e-Wallet users.

Logistics
The continued expansion of e-commerce business has increased the demand for logistics space and brought about significant changes in the supply chain and logistics operations in Thailand.

Several courier companies have launched their cost-effective and high-quality logistics services and brought domestic end-to-end delivery to the market. Many companies have established central warehouses, along with smaller drop-off and pickup point across the country, to sustain the rise in demand. For small and medium enterprises, this means greater convenience and a quicker process to deliver to their consumers, at much lesser cost.

Aden, Central Group, DHL Express Thailand, Kerry Express, Lazada, Pomelo, and Shopee, are some of the major e-commerce and logistics companies in the country.

Opportunities for businesses
The Digital Thailand 4.0 program, started in 2016, has brought about a wave of opportunities for e-commerce businesses in the country. The initiative has increased internet adoption, and encouraged businesses – especially small and medium enterprises in remote areas, to use e-payments and e-marketplaces to sell local products and services.

Currently, 12.1 million Thais shop online and spend an average of US$ 243 per year on e-commerce. The annual online expenditure per person is expected to grow to US$ 382 by 2021, according to research reports.

The variety of products sold on e-commerce platform is, too, expected to grow significantly. Some of the key verticals of the Thai e-commerce industry are discussed below.

References : aseanbriefing.com

Thailand ecommerce trends 2020 : เทรนด์อีคอมเมิร์ซปี 2563 ของประเทศไทย

ecommerce trends 2020

Thailand ecommerce trends 2020
เทรนด์อีคอมเมิร์ซปี 2563 ของประเทศไทย

เทรนด์อีคอมเมิร์ซปี 2563 ของประเทศไทย

1. Direct to customer ( DTC ) ผู้ประกอบการที่มีแบรนด์สินค้าและบริการ
จะใช้เว็บไซต์และโซเชียลมีเดียของตนเองขายสินค้าและบริการของแบรนด์

2. ประเทศไทยขึ้นเป็นผู้นำในการใช้ Social Media ขายสินค้า
ระบบ Social Commerce เครื่องมือใหม่ที่ช่วยให้ซื้อขายบน Social Media

3. Ride Hailing ช่วยการส่งสินค้าเร็วขึ้น โดยเฉพาะในเรื่องของการส่งอาหาร
() ซึ่งผู้ให้บริการรายใหญ่ในไทยที่ให้บริการคือ Grab, GET และ LINEMAN
4.Omni Channel อยู่ทุกที่ที่ลูกค้าต้องการ ร้านค้าต้องอยู่ทุกที่ที่ลูกค้าต้องการซื้อ
ทั้งร้านค้า Online และร้านค้า Offline เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดี

5. อีคอมเมิร์ซไทย จะก้าวสู่ตลาดโลก ผ่าน e-Marketplace รายใหญ่ Lazada, Shopee,
JD Central.com ที่มาบุกตลาดเข้าสู่ประเทศไทยผ่านรูปแบบ Cross Border

6. สงคราม E-Wallet แข่งกันดึงเงินลงกระเป๋า ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)รายงานการทำธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ เช่น โอนเงินออนไลน์มากถึง 473 ล้านรายการ จากหลายกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์

7. สงคราม บริษัทขนส่งสินค้า(E-Logistic) เมื่อช้อปออนไลน์โต การส่งสินค้าก็ตามมา ทำให้แต่ละรายพัฒนาการส่งให้มีประสิทธิภาพ

8. บริการเก็บ-แพ็ค-ส่งสินค้า(Fulfillment)จะเติบโต แต่ละวันการส่งสินค้ามีมหาศาล ทำให้การเก็บ แพ็ค ส่งสินค้าเป็น “ขุมทรัพย์” ใหม่ของผู้เชี่ยวชาญตลาด

9.Live & Conversational Commerce การค้าแบบไลฟ์สด+Chat การ Live ขายสินค้ามีบทบาทมากขึ้น เพราะได้สื่อสาร เอ็นเกจกับกลุ่มเป้าหมายโดยตรง อีกทั้งสามารถบอกโปรโมชั่น ปิดการขายได้ทันที

10.ข้อมูล E-Commerce นำไปสู่ธุรกิจอื่นๆอีกมากมาย เพราะการขายออนไลน์มีข้อมูลมากมายเกิดขึ้น หรือ Big data ผู้บริโภคเป็นใคร ซื้อสินค้าเมื่อไหร่ อย่างไร สามารถต่อยอดสู่ธุรกิจอื่น รวมถึงช่วยให้บริหารจัดการงานเร็วขึ้น

11.ยุครุ่งโรจน์ของ E-Commerce เฉพาะทาง (Vertical E-Commerce) ปีนี้จะมีอีคอมเมิร์ซเฉพาะทางใหม่ๆ บุกไทยมากขึ้น

12.กฎหมายด้านดิจิทัลที่มาครบชุด สิ่งที่ผู้ประกอบการค้าออนไลน์ต้องรู้ เพื่อจ่ายภาษีให้ถูกต้อง และทำธุรกิจได้อย่างราบรื่นไม่กระทบสิทธิส่วนบุคคล

ขอบคุณข้อมูลจาก : augnitive.com , priceza.com ,tarad.com